"โรคท้องร่วง" หรือที่ภาษาทางการเค้าเรียก โรคอุจจาระร่วงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ในช่วงหนึ่งของปีจะโด่งดัง เป็นที่พูดถึงกันมากในหน้าร้อน เพราะคนจะเป็นโรคนี้กันมากจริงๆ แล้วก็อยากให้ทุกคนให้ความสนใจกับโรคนี้ตลอดเวลา เพราะหากไม่สนใจเรื่องความสะอาดของอาหารการกินแล้ว โรคนี้มีสิทธิ์จู่โจมทุกคนได้ตลอดเวลาเช่นกันนะคะ
อาการที่สำคัญ* อุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งภายใน 1 วัน
* ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมากหรือมูกเลือดแค่ครั้งเดียวใน 1 วัน
ยกเว้นเด็กที่กินนมแม่ อาจถ่ายอุจจาระนิ่มเหลววันละ 3-4 ครั้งได้ โดยไม่มีอาการอ่อนเพลีย ก็ถือว่าปกติ
ซึ่งหากไม่รีบรักษาแต่เนิ่นๆ ก็จะเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ อาการอาจรุนแรงทำให้ช๊อกถึงตายได้
สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียโปรโตซัว หนอนพยาธิ สารเคมี หรือสารพิษที่ปนเปื้อนในน้ำและอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บป่วยได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก และเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
การรักษาเบื้องต้นในระยะแรกที่เริ่มมีอาการท้องร่วง ควรให้ผู้ป่วยดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่หรือโอ อาร์ เอส ซึ่งมีขายทั่วไป หรือไปรับที่ ศูนย์สาธารณสุขชุมชนของหมู่บ้าน โดยดื่มทุกครั้งที่ถ่ายเหลว เพื่อป้องกันการขาดน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย โดยให้ดื่มในปริมาณที่เหมาะสมดังนี้
เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ให้ดื่ม 1/4 - 1/2 แก้ว หรือ 50 - 100 ซีซี.
เด็กอายุ 2 -10 ปี ให้ดื่ม 1/2 - 1 แก้ว หรือ 100 - 200 ซีซี.
ผู้ที่อายุ 10 ปีขึ้นไป ให้ดื่มได้มากกว่า 1 แก้ว
หรือกรกณ๊ไม่มีผงเกลือแร่สำเร็จรูปสามารถทำได้เองง่ายๆดังนี้ค่ะ
ผสมเกลือครึ่งช้อนชา และน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำต้มสุก 1 ขวดน้ำปลากลม (750 ซีซี.)
หรือให้ทานของเหลวที่ทำได้เองในบ้าน เช่น น้ำข้าว (ใส่เกลือ 2 หยิบมือ) น้ำแกงจืด โจ๊ก น้ำผลไม้
เหล่านี้เป็นการป้องกันการสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากการถ่ายเหลว หากแก้ไขอาการเบื้องต้นแล้วยังมีอาการถ่ายไม่หยุด หรืออ่อนเพลียลงเรื่อยๆไห้รีบพบแพทย์นะคะ

